ใช้แอร์อย่างไรให้ประหยัด

นอกจากการใช้งานแอร์บ้านที่ถูกวิธีแล้ว ทางยังมีเคล็ดลับในการใช้เครื่องปรับอากาศ
ให้ประหยัดและคุ้มค่าอีกหลายวิธีดัง นี้

      - ทำความสะอาดแอร์อยู่เป็นประจำเพื่อให้การระบายความร้อนทำได้สะดวก

      - เปลี่ยนเครื่องปรับอากาศใหม่ทดแทนเครื่องเก่าที่มีประสิทธิภาพต่ำหรือใช้งานมานาน

      - ลดความร้อนจากภายนอกที่ผ่านเข้ามายังบริเวณที่ปรับอากาศ โดยผ่านทางผนัง หน้าต่าง
หลังคา และพื้น  โดยมีรายละเอียดดังนี้

     1. การลดความร้อนผ่านผนัง

      1.1 ผนังกระจกที่มีพื้นที่กระจกใส เป็นพื้นที่ที่ความร้อนสามารถผ่านเข้ามาในห้องได้มากที่สุด
ควรป้องกันความร้อนดังนี้

      - ใช้แอร์บังแดดภายในอาคาร

      - ใช้กันสาดในแนวตั้งและแนวนอน หรือการหลบแนวหน้าต่างเข้ามาภายใน

      - สำหรับกระจกที่หันไปทางทิศตะวันออกและทิศตะวันตก ควรติดกันสาดในแนวนอน

      - ส่วนกระจกที่หันไปทางทิศเหนือและทิศใต้ ควรใช้กันสาดในแนวตั้ง

      - ปลูกต้นไม้บังแดดสำหรับกระจกทางด้านทิศตะวันออกและทิศตะวันตก

      - ใช้ผ้าม่านหรือมู่ลี่สีอ่อนบังแดดภายในด้านหลังกระจก โดยเลือกใช้มู่ลี่ชนิดใบอยู่แนวนอนสำหรับ
กระจกทางทิศเหนือหรือทิศใต้ ส่วนกระจกทางทิศตะวันออกหรือทิศตะวันตกควรใช้กระจกกรองแสงหรือ
สะท้อนแสง

      - พยายามใช้กระจกเท่าที่จำเป็น โดยเฉพาะด้านทิศตะวันออกและทิศตะวันตกของอาคาร

      1.2 ผนังอาคารที่เป็นปูน

      - ทาสีด้านนอกด้วยสีขาวหรือสีอ่อน หรือใช้วัสดุผิวมัน เช่น กระเบื้องเคลือบ เพื่อช่วยสะท้อนแสง

      - ควรปลูกต้นไม้หรือสร้างที่บังแดด เพื่อให้ร่มเงาแก่ผนัง

      - ผนังห้องห้องโดยเฉพาะด้านทิศตะวันออกหรือทิศตะวันตก ซึ่งไม่มีเงากำบัง เป็นส่วนที่มีความ
ร้อนมาก ควรบุฉนวนกันความร้อนหรือใช้เฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ เช่น ชั้นหนังสือหรือตู้เสื้อผ้า ตั้งกั้นไม่ให้ความร้อน
แผ่เข้ามาในห้องเร็วนัก

      1.3 ผนังอาคารที่เป็นไม้ หากมีช่องห่างของไม้มากควรตีผนังด้านในด้วยไม้อัด เพื่อกันการผ่านของความร้อน
จากภายนอกเข้ามาในอาคาร

     2. การลดความร้อนผ่านหน้าต่าง

      2.1 หน้าต่างควรมีเฉพาะทิศเหนือหรือทิศใต้ของอาคาร เพื่อลดการรับแสงแดดโดยตรง

      2.2 ต้องพยายามไม่ให้มีรอยรั่วตามขอบประตู หน้าต่าง หรือบริเวณฝ้าเพดาน

      2.3 หน้าต่างส่วนที่เป็นกระจก ให้ปรับปรุงตามข้อเสนอแนะของผนังกระจก

     3. การลดความร้อนผ่านหลังคาและฝ้าเพดาน

      3.1 หลังคาที่เป็นสังกะสีหรือกระเบื้อง ควรตีฝ้าหรือติดตั้งวัสดุสะท้อนความร้อน หรือบุฉนวนกันความร้อน  
เพื่อช่วยลดความร้อนที่จะแผ่เข้ามาในอาคาร

      3.2 ถ้ามีช่องว่างระหว่างหลังคากับฝ้ามาก ควรเจาะช่องลมเพื่อระบายอากาศ จะทำให้ประหยัดการปรับอากาศได้

     4. การลดความร้อนผ่านพื้น หากเป็นพื้นไม้ควรอุดช่องระหว่างไม้ให้สนิท แอร์จะได้ไม่รั่วออกไป

     5. การปรับปรุงห้องในส่วนอื่นๆ อาทิ จัดพื้นที่ในห้องซึ่งไม่ได้ใช้งานประจำ เช่น ตู้เสื้อผ้า ห้องแต่งตัว ห้องน้ำ
อยู่ทางทิศตะวันตก จะช่วยกันความร้อนไม่ให้เข้ามาถึงห้องที่ใช้สอยประจำ คือส่วนนอน ทำให้ประหยัดพลังงานไฟฟ้า
ในการปรับอุณหภูมิลงได้

     6. การลดความร้อนจากดวงไฟและอุปกรณ์ภายใน

      6.1 พยายามใช้แสงธรรมชาติช่วยส่องสว่างภายในอาคาร และควรจะปิดไฟที่ไม่จำเป็น

      6.2 ภายในอาคารควรใช้สีอ่อน เพื่อช่วยในการสะท้อนแสง ทำให้ใช้ดวงไฟน้อยลง

      6.3 เลือกใช้หลอดไฟที่มีประสิทธิภาพการส่องสว่างสูง เช่นหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์แทนหลอดไฟแบบมีไส้

      6.4 อุปกรณ์ที่ให้ความร้อนมากควรใช้นอกห้อง เช่น เตารีด เครื่องปิ้งขนมปัง หรือกาต้มน้ำ

      6.5 ติดตั้งฝาครอบระบายอากาศสำหรับเครื่องหุงต้มทุกชนิด ถ้าจำเป็นต้องใช้ในห้องปรับอากาศ

การบำรุงรักษาแอร์บ้าน

posted on 15 Feb 2010 02:25 by krackerman
การบำรุงรักษาแอร์บ้าน     

เพื่อให้เครื่องปรับอากาศทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ และมีอายุการใช้งานยาวนาน
จึงควรหมั่นดูแลบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งวิธีการก็มีทั้งแบบที่ทำเองได้ และต้องทำโดยช่างผู้ชำนาญ

     การทำความสะอาดแอร์เบื้องต้นด้วยตนเอง ทำได้โดยการถอดแผ่นกรองอากาศ(Filter)
มาล้างทำความสะอาดด้วยน้ำเปล่า แล้วใส่กลับคืน ซึ่งอาจจะทำสัปดาห์ละครั้ง หรือ เดือนละ 2 ครั้งขึ้นอยู่กับ
สภาพการใช้งาน และความสกปรก การรักษาแผ่นกรองให้สะอาดอยู่เสมอนั้นทำให้การระบายลมเป็นไปอย่างมี
ประสิทธิภาพ ซึ่งนอกจากจะช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องแล้ว ยังช่วยประหยัดพลังงานอีกด้วย

     การทำความสะอาดภายในโดยช่างผู้ชำนาญ เป็นสิ่งที่ควรทำอย่างสม่ำเสมอเช่นกัน แต่อาจไม่บ่อยเท่ากับ
การทำความสะอาดด้วยตนเอง โดยอาจจะทำ 3-6 เดือนต่อครั้ง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม และการใช้งาน การล้างภายในต้องใช้ช่างผู้ชำนาญเนื่องจากต้องมีการถอดชิ้นส่วนบางชิ้น เช่นถอดถาดน้ำทิ้งมาล้างเพื่อให้น้ำทิ้งไหล
ได้สะดวก และใช้ปั๊มน้ำแรงสูงฉีดทำความสะอาดแผงคอยล์

     การตรวจเช็คสภาพ เป็นการตรวจเช็คระบบทั่วไป ซึ่งโดยมากแล้วจะทำพร้อมกับการล้างภายในโดยช่างผู้ชำนาญ

      • วัดความดันน้ำยาในระบบว่าเพียงพอหรือไม่

      • ตรวจระบบไฟฟ้า เช่นสภาพของสายไฟ

      • หยอดน้ำมันมอเตอร์พัดลมทั้งที่คอยล์ร้อน และคอยล์เย็น

      • ตรวจสอบและซ่อมแซมฉนวนหุ้มท่อน้ำยาที่เชื่อมต่อระหว่าง คอนเดนซิ่งยูนิต และแฟนคอยล์ยูนิต

ประเภทของแอร์ครับ

posted on 15 Feb 2010 02:24 by krackerman

ประเภทของแอร์ครับ (แอร์บ้านนะครับ ไม่ใช่แอร์กี่)

ก่อนที่จะเริ่มทำความรู้จักประเภทของเครื่องปรับอากาศ ท่านควรทราบก่อนว่าเครื่องปรับอากาศ
1 ชุดนั้นประกอบด้วย อะไรบ้าง ซึ่งก็คือ

      1) แฟนคอยล์ ยูนิต (Fan coil unit) หรือที่เรียกกันว่า “คอยล์เย็น” หรือ “Indoor unit” ทำหน้าที่
ดูดซับความร้อนภายในห้อง ซึ่งภายในเครื่องประกอบด้วย แผงคอยล์เย็น และชุดมอเตอร์พัดลม

     2) คอนเดนซิ่ง ยูนิต (Condensing unit) หรือที่เรียกกันว่า “คอยล์ร้อน” หรือ “Outdoor unit” ทำหน้าที่
ระบายความร้อน ซึ่งภายในเครื่องประกอบด้วย คอมเพรสเซอร์ แผงคอยล์ร้อน และชุดมอเตอร์พัดลม

      เครื่องปรับอากาศทั่วไปที่ใช้ตามบ้านพักอาศัยและอาคารสำนักงานขนาดเล็กซึ่งสามารถหาซื้อได้ง่าย
ตามท้องตลาด
แบ่งได้เป็น 6 ประเภทใหญ่ๆดังนี้

   1) แอร์แบบติดผนัง (Wall type)

   2) แอร์แบบตั้ง/แขวน (Ceiling/floor type)

   3) แอร์แบบตู้ตั้ง (Package type)

   4) แอร์แบบฝังเพดาน (Built-in type)

   5) แอร์แบบหน้าต่าง (Window type)

   6) แอร์แบบเคลื่อนที่ (Movable type)

    ขอนำเสนอรูปแบบ การใช้งาน ข้อดี และข้อเสีย ของเครื่องปรับอากาศแต่ละประเภทดังนี้

   1) แบบติดผนัง (Wall type) เป็นเครื่องปรับอากาศที่มีรูปแบบเล็กกะทัดรัด เหมาะสำหรับห้อง
ที่มีพื้นที่น้อย เช่น ห้องนอน ห้องรับแขกขนาดเล็ก

   ข้อดี:
    • รูปแบบทันสมัย และมีให้เลือกหลากหลาย
    • เงียบ
    • ติดตั้งง่าย

   ข้อเสีย:
    • ไม่เหมาะกับงานหนัก เนื่องจากคอยล์เย็นมีขนาดเล็กส่งผลให้คอยล์สกปรก   และอุดตันง่ายกว่าคอยล์ที่มี
ขนาดใหญ่กว่า

   2) แบบตั้ง/แขวน (Ceiling/floor type) เป็นเครื่องปรับอากาศที่เหมาะสำหรับห้องที่มีพื้นที่ตั้งแต่เล็ก เช่น
ห้องนอน ไปจนถึงห้องที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่ เช่น สำนักงาน ร้านอาหาร ห้องประชุม

   ข้อดี:
    • สามารถเลือกการติดตั้งได้ทั้งตั้งพื้น หรือแขวนเพดาน
    • สามารถใช้งานได้หลากหลาย เข้าได้กับทุกสถานที่
    • การระบายลมดี

   ข้อเสีย:
    • ไม่มีรูปแบบให้เลือกมากนัก


   3) แบบตู้ตั้ง (Package type) เป็นเครื่องปรับอากาศ ที่มีลักษณะคล้ายตู้ มีขนาดสูง และมีกำลังลมที่แรง  
เหมาะกับบริเวณที่มีคนเข้าออกอยู่ตลอดเวลา เช่น ร้านค้า ร้านอาหาร

   ข้อดี:
    • ติดตั้งง่าย โดยสามารถตั้งกับพื้นได้เลย ไม่ต้องทำการยึด
    • ทำความเย็นได้เร็วเนื่องจากมีเส้นผ่านศูนย์กลางใบพัดลมที่ใหญ่ ซึ่งให้กำลังลมที่แรงกว่า
 
   ข้อเสีย:
    • เสียพื้นที่ใช้สอย


   4) แบบฝังเพดาน (Built-in type) เป็นเครื่องปรับอากาศที่เน้นความสวยงามโดยการซ่อน   
หรือฝังอยู่ใต้ฝ้าหรือเพดานห้อง เหมาะกับห้องที่ต้องการเน้นความสวยงาม โดยที่ต้องการให้เห็นเครื่องปรับอากาศ
น้อยที่สุด

   ข้อดี:
    • สวยงาม โดยสามารถทำตู้ซ่อน หรือ ฝังเรียบไว้บนเพดานห้อง
 
   ข้อเสีย:
    • ติดตั้งยาก เนื่องจากต้องทำการฝังเข้าตู้ หรือเพดานห้อง
    • การดูแลรักษาทำได้ไม่ค่อยสะดวก

   5) แบบหน้าต่าง (Window type) เป็นเครื่องปรับอากาศที่รวมทั้ง คอนเดนซิ่ง ยูนิต และ แฟนคอยล์ ยูนิต    
อยู่ในเครื่องเดียว ซึ่งสามารถติดตั้งโดยการฝังที่กำแพงห้องได้เลย โดยที่ไม่ต้องเดินท่อน้ำยา ดังนั้นการติดตั้งจึงต้องติดตั้งบริเวณช่องหน้าต่างหรือเจาะช่องที่ผนังแข็ง แรง

   ข้อดี:
    •ประหยัดพื้นที่เนื่องจากไม่ต้องใช้พื้นที่ติดตั้งคอนเดนซิ่ง ยูนิต
    • ติดตั้งง่ายเพราะไม่ต้องเดินท่อน้ำยา
    • ประสิทธิภาพในการทำความเย็นสูงกว่าแบบอื่นๆ เนื่องไม่มีการเดินท่อน้ำยา   ทำให้ไม่มีความร้อน
แทรกซึมตามท่อน้ำยา

   ข้อเสีย:
    • มีเสียงดังจากการทำงานของคอมเพรสเซอร์ และทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนของตัวเครื่องและผนัง
    • ถ้าเครื่องมีขนาดขนาดใหญ่เกินไปจะมีปัญหาในการติดตั้ง    เพราะบริเวณเพราะบริเวณช่องหน้าต่าง
ไม่สามารถรับน้ำหนักมากได้


   6) แบบเคลื่อนที่ (Movable type) เป็นเครื่องปรับอากาศที่ไม่ต้องทำการติดตั้ง และสามารถเข็นไปใช้ได้ทุกพื้นที่
พูดง่ายๆก็คือสามารถเสียบปลั๊กใช้ได้เลย

   ข้อดี:
    • ขนาดกะทัดรัด
    • ไม่ต้องติดตั้ง
    • สามารถเข็นไปได้ใช้ได้ทุกพื้นที่ ทั้งในห้อง และกลางแจ้ง

   ข้อเสีย:
    • ใช้ได้กับห้องที่มีขนาดใหญ่ไม่มาก
    • ประสิทธิภาพการทำความเย็นต่ำกว่า เนื่องจากเป็นระบบเปิดเมื่อนำไปใช้กลางแจ้ง

ตรวจสอบราคาแอร์ได้ที่ www.upairhome.com

ความรู้เบื้องต้นของการปรับอากาศ “การปรับอากาศคือการควบคุมอุณหภูมิและความชื้นของอากาศใน
บริเวณหนึ่งให้เป็นไปตามความต้องการ”

โดยทั่วไปแล้ว การปรับอากาศสามารถของแอร์แบ่งตามวัตถุประสงค์การใช้งานได้เป็น 2 ประเภท

     1) การปรับอากาศเพื่อความเย็นสบาย เป็นการปรับอากาศที่มุ่งส่งเสริมความเย็นสบาย และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของผู้คนที่อาศัยหรือทำงานอยู่ในที่บริเวณ นั้นๆ เช่น
การปรับอากาศภายในบ้าน สำนักงาน ร้านอาหาร โรงเรียน โรงพยาบาล ฯลฯ

     2) การปรับอากาศเพื่อการอุตสาหกรรม เป็นการปรับอากาศเพื่อควบคุมภาวะบรรยากาศ
ในกระบวนการผลิต การทำงานวิจัย และการเก็บรักษาผลผลิตต่างๆ เช่น การปรับอากาศในอุตสาหกรรม
คอมพิวเตอร์ โรงงานทอผ้า โรงงานผลิตอาหาร ฯลฯ

ดังนั้น จึงต้องมีการเลือกระบบการปรับอากาศให้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์การใช้งาน      
ซึ่งในปัจจุบันระบบปรับอากาศที่ใช้กันอยู่ทั่วไปมีอยู่ 3 ระบบ โดยแบ่งตามลักษณะการส่งความเย็น

     1) ระบบอากาศทั้งหมด (All-air system) คือระบบที่ส่งเฉพาะอากาศที่ถูกทำความเย็นแล้วไปยัง
บริเวณที่ต้องการปรับ อากาศ ระบบนี้เหมาะสำหรับระบบเล็กๆ เช่นบ้านพักอาศัย หรือสำนักงานขนาดเล็ก

     2) ระบบน้ำทั้งหมด (All-water system) คือ ระบบที่ส่งเฉพาะน้ำที่ถูกทำความเย็นจากส่วนกลาง
ไปยังบริเวณที่ต้องการปรับ อากาศแต่ละแห่ง แอร์ระบบนี้เหมาะกับการใช้งานในเชิงพาณิชย์เกือบทุกประเภท
เนื่องจากมีต้นทุนที่ถูกกว่า และใช้พื้นที่ติดตั้งน้อยกว่าระบบอากาศล้วน

     3) ระบบน้ำและอากาศ (Water-air system) คือ ระบบที่ส่งทั้งน้ำเย็นและอากาศจากส่วนกลางไปยังพื้น
ที่ปลายทางแต่ละห้อง โดยการนำเอาข้อดีของระบบน้ำที่สามารถนำพาความเย็นส่วนใหญ่ไปได้ดีกว่า
และข้อดีของอากาศที่สามารถส่งด้วยความเร็วสูงกว่า จึงทำให้ใช้เนื้อที่ปล่องและเพดานไม่มากนัก แต่ต้นทุนในการของระบบนี้ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับระบบอื่นๆ ขอบคุณบทความดีๆจาก Air-thai.com นะครับ

Extraair จำหน่ายแอร์ราคาถูก

posted on 15 Feb 2010 02:23 by krackerman
Extraair จำหน่ายแอร์ราคาถูก จากประสบการณ์อันยาวนานเรื่องแอร์หรือเครื่องปรับอากาศ ทำให้เรามีความยินดีจะเสนอการดูแลแอร์บ้าน เครื่องปรับอากาศของท่านด้วยความใส่ใจ ไม่ว่า
จะเป็นการล้างแอร์ ด้วยช่างคุณภาพ ให้คำปรึกษาเรื่องเครื่องปรับอากาศฟรี หรือให้ข้อเสนอแนะเรื่องแอร์บ้านด้วยความใส่ใจ เราจึงยินดีให้บริการท่าน
ด้วยใจจริงในทุกๆเรื่อง เรามีแอร์หลากหลายยี่ห้อ ลูกค้าเลือกสรรค์ เครื่องปรับอากาศที่เราจำหน่าย แอร์ราคาถูก
แอร์ MITSUBISHI ELECTRIC
แอร์ MITSUBISHI HEAVY DUTY
แอร์ DAIKIN
แอร์ CENTRAL AIR
แอร์ PANASONIC
แอร์ LG
แอร์ SAMSUNG
แอร์ AMENA
แอร์ MIDEA
แอร์ SAIJO DENKI
แอร์ CARRIER
แอร์ SHARP
แอร์ TRANE
แอร์ YORK
แอร์ Haier
ตรวจสอบรายละเอียดและราคาแอร์ได้ที่ www.แอร์-ราคาถูก.com
ปัจจัยสำคัญที่ควรพิจารณาเมื่อเลือกซื้อแอร์ ควรซื้อกี่BTU แบบตั้ง/แขวนหรือ แบบติดผนึง หรือควรเลือกแบบไหน หรือที่จริงแล้วไม่จำเป็นต้องมีก็ได้

ในฤดูร้อนบวกกับภาวะโลกร้อน Grobal Worming อย่างในปัจจุปันทำให้เครื่องปรับอากาศและคอมเพสเซอร์ต้องทำงาน หนัก ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าสูงขึ้นตามไปด้วย การดูแล แอร์บ้านที่เราใช้กันให้อยู่ในสภาพใช้งานได้ดีจึงเป็นเรื่องสำคัญ เช่น การล้างเครื่อง ให้ทำงานดีขึ้น หากใครที่ต้องการซื้อแอร์ใน ช่วงนี้ ก็ต้องทำการบ้านกันนิดนึงนะครับ เพราะจากการสำรวจพบว่า พฤติกรรมการตัดสิน ใจซื้อมักเน้นเลือกเครื่องปรับอากาศ ที่มี เทคโนโลยีเกี่ยวกับสุขภาพเป็นอันดับแรก รองลงมาคือดูที่การประหยัดไฟ ราคาแอร์ บริการหลังการขายและรูปลักษณ์ของ สินค้า

เราควรเลือกเครื่องปรับอากาศที่คุ้ม ค่าเงินเทียบกับเทคโนโลยีที่ได้กลับมาและยังควรคำนึงถึงการประหยัดไฟฟ้าในระยะยาว ด้วย

เลือกแอร์ให้ "เย็นทั้งกายเย็น ใจ"

  1.เลือกให้เหมาะกับขนาดห้อง

ขนาดการทำงานของแอร์ เรียกว่า "บีทียู" การเลือกขนาดบีทียูให้เหมาะกับขนาดห้องเป็นเรื่อง สำคัญที่สุด เพราะถ้าสูงไป คอมเพรสเซอร์จะทำงานตัดบ่อยเกินไป ทำให้ประสิทธิภาพ การทำงานลดน้อยลงและความชื้นในห้องสูงขึ้น นอกจากนี้ ยังราคาแพงและเปลืองไฟ แต่ หากเลือกบีทียูต่ำไป คอมเพรสเซอร์ก็จะทำงานตลอดเวลา เนื่องจากความเย็นในห้องยังไม่ ได้ตามที่ตั้งไว้ ทำให้สิ้นเปลืองพลังงานและเครื่องเสียเร็วอีกเช่นกัน

  2.เลือกฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5

การเลือกฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 คือ การเลือก แอร์ที่ไม่กินไฟมาก แต่ให้ความเย็นได้เท่ากัน ทั้งนี้ หากเครื่องปรับอากาศที่คุณชอบมีบีทียูเท่ากัน และเป็นเบอร์ 5 เหมือนกัน ขอแนะนำให้เลือกเครื่องที่มีค่า "EER" มากกว่า เพราะกินไฟน้อย กว่า ค่าEERหรือ Energy Efficiency Ratio เป็นค่าที่บอกประสิทธิภาพด้านพลังงาน ซึ่ง สามารถดูได้จากเอกสารแนะนำสินค้านั้นๆ

  3.ดูอายุการใช้งาน การติดตั้งและบริการหลังการขาย

การเลือกบริษัทที่น่าเชือถือ มีการทำตลาดมานาน มีบริการติดตั้งโดยผู้ชำนาญการ และ บริการหลังการขายที่ดี ราคาแอร์บ้านตลอดจน การรับประกันต่างๆ ถือเป็นจุดสำคัญที่ต้องพิจารณาเช่นกัน

  4.ดูคุณสมบัติพิเศษและDesign ว่า คุ้มค่ากับราคาแอร์หรือไม่

เครื่องปรับอากาศในปัจจุบันยังแข่งขันกัน ด้านเทคโนโลยีความเย็น ความเงียบ จนถึงเรื่องของสุขภาพ ที่มีการใส่เครื่องฟอกอากาศ ซึ่ง ก็มีอยู่หลายแบบ ทั้งซิลเวอร์นาโน นาโนไทเทเนียม แผ่นกรองเฮปป้าฟิลเตอร์ พลาสม่าคลัสเตอร์ เป็นต้น ซึ่งเรามี ข้อมูลมาฝาก.....

ระบบการทำงานของเครื่องปรับ อากาศมีหลายระบบ ดังนี้

1) การกรอง (Filtration) เป็นการใช้แผ่นกรองอากาศดักจับฝุ่นละออง หรืออนุภาคขนาดใหญ่ โดยสิ่งสกปรกจะติดค้างอยู่ที่ไส้กรอง ต้องทำการเปลี่ยนเมื่อหมด อายุการใช้งาน ตัวอย่างของระบบนี้ ได้แก่ HEPA ซึ่งเป็นการกรองอากาศที่มีประสิทธิภาพ กำจัดอนุภาคขนาดเล็กถึง 0.05 ไมครอน ในกรณีที่ต้องการกำจัดกลิ่นในอากาศ จะนิยมใช้ "แผ่นคาร์บอน" เพื่อดูดซับกลิ่น

2) การดักจับด้วยไฟฟ้าสถิต (Electrostatic Precipitator) เป็นการใช้ ตะแกรงไฟฟ้าดักจับฝุ่น โดยการเพิ่มประจุไฟฟ้าให้แก่อนุภาคฝุ่นและใช้แผ่นโลหะอีกชุด หนึ่งซึ่งเรียง ขนานกันดูดอนุภาคฝุ่นเอาไว้ โดยหลังจากการใช้งานไประยะหนึ่ง จะต้องมี การทำความสะอาดแผ่นโลหะ ส่วนยี้ห้อที่แนะนำคือ Saijo Denki ครับ ของเค้าดีจริงๆ

3) การปล่อยประจุไฟฟ้า (Ionizer) เป็นการใช้เครื่องผลิตประจุไฟฟ้า และปล่อยประจุไฟฟ้าออกมาพร้อมกับลมเย็น เพื่อดูดจับอนุภาคฝุ่นละอองและกลิ่น โดย ประจุไฟฟ้าลบที่ถูกปล่อยออกมาจะดูดฝุ่นและกลิ่น ที่มีโครงสร้างเป็นประจุบวก จนกระทั้ง รวมตัวกันใหญ่ขึ้นและตกลงสู่พื้นห้อง ข้อดีของระบบนี้คือไม่จำเป็นต้องถอดออกมาทำ ความสะอาด

ทั้ง นี้ เครื่องปรับ อากาศที่ระบุว่า "มีระบบฟอกอากาศ" นั้น แท้จริงแล้วเป็นเพียงการป้องกัน เชื้อโรค ไม่ให้เข้าไปแพร่เชื้อภายในเครื่องขณะที่ไม่ทำงานเท่านั้น


  5.เลือกประเภทให้เหมาะสม

เครื่องปรับ อากาศมีอยู่ 2 แบบที่เป็นที่นิยม คือ

1) แบบติดผนัง เป็นแอร์ขนาดเล็กกระทัดรัด เหมาะสำหรับห้องที่มี พื้นที่น้อย เช่น ห้องนอนหรือห้องรับแขกขนาดเล็ก มีข้อดีคือ รูปแบบทันสมัย ที่ให้เลือก หลากหลาย ทำงานเงียบและติดตั้งง่าย ส่วนข้อเสียคือ ไม่เหมาะกับงานหนัก

2) แบบตั้ง/แขวน เป็น แอร์บ้านที่เหมาะกับห้องทุกขนาด ตั้งแต่เล็กถึงใหญ่ ข้อดีคือ สามารถเลือกติดตั้งได้ทั้ง แบบตั้งพื้นหรือแขวนเพดาน ใช้งานได้หลากหลาย และมีการระบายลมที่ดี ส่วนข้อเสียคือ ไม่มีรูปแบบให้เลือกมากนัก

พอจะเป็นแนวทางให้ท่านตัดสินใจกันได้บ้างหรือยังครับ ในหน้าร้อนที่ประเทศไทยมี 3 ฤดูคือ ฤดูร้อน ฤดูร้อนมาก และฤดูร้อนอิ๊บอ๋าย หวังว่าคง
ได้ประโยชน์ไม่มากก็น้อยกับการเลือกแอร์ให้เหมาะสมกับราคาแอร์นะ ครับ สวัสดีครับ

บริการติดตั้งแอร์ เครื่องปรับอากาศ รับซ่อมและแก้ไขปัญหาเครื่องปรับอากาศทุกชนิด ทุกรุ่น รับเติมน้ำยาแอร์ ล้างแอร์
และเชื่อมั่นได้ว่าคุณจะได้รับบริการดีๆ ราคาเย็นๆ ที่เราตั้งใจส่งให้ถึงคุณ เพราะจากประสบการณ์ที่มีมากกว่า 5 ปี
ทำให้เราเชี่ยวชาญชำนาญจนได้รับความไว้วางใจจากลูกค้ามาโดยตลอด เราจึงอยากให้คุณได้รับทั้งคุณภาพและความสบายใจ
กับการบริการของเรา ทางร้านของเรามีเครื่องปรับอากาศทุกรุ่น แอร์บ้านทุกยี่ห้อ ของทุกชิ้นได้รับมาตราฐาน และไม่กินไฟ
ไว้ใจให้เรามอบความเย็นสบายให้คุณ แอร์Amena
แอร์Central Air
แอร์Carrier
แอร์Daikin
แอร์Midea
แอร์Mitsubishi Electric
แอร์Mitsubishi Heavy Duty
แอร์ Panasonic
แอร์Saijo-Denki
แอร์Samsung
แอร์Sharp
แอร์Trane ตรวจสอบราคาแอร์ได้ที่www.upairhome.com

edit @ 19 Jan 2010 01:13:58 by nackie